เพราะแฝดน้องตายไป…เธอจึงต้องแต่งงานแทน เป็นภรรยาที่เขาไม่รัก หนำซ้ำในวันที่อุ้มท้องโต เขากลับพาใครอีกคนเข้ามาในบ้าน ไม่รักไม่ว่า…แต่เขากลับเหยียบย่ำหัวใจดวงนี้ไม่เหลือชิ้นดี ตัวอย่าง... “ฉันจะให้พิมย้ายมาอยู่ที่นี่” อยากให้เธอเจ็บช้ำ เปรมนัตย์โกรธทุก ๆ อย่างที่เธอคนนี้ทำ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ดุจดาวอยู่ หรือตายไปแล้ว “ที่ถามนี้ กำลังขออนุญาตเหรอคะ” ต้องให้เธอใจกว้างแค่ไหน ถึงจะยอมให้สามีตีทะเบียนคนนี้มีเมียน้อยได้ ปานเดือนเอ่ยถามทั้งน้ำตา “เปล่า แค่บอก” “ฮึก ถ้าอย่างนั้น...ก็ไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะตอบอะไร” “ถึงเธอไม่ตอบ ไม่อนุญาต ฉันก็จะพาพิมเข้ามาอยู่ดี” “ค่ะ” เธอตอบเพียงแค่นี้ บ้านก็บ้านเขา ก็ถ้าไม่นึกถึงกันก็ให้เขาเอาผู้หญิงอื่นเข้ามา “ก็คงจะดีนะคะ ที่ฉันจะได้พักสักที” “เธอ...” เขามองด้วยสายตาไม่พอใจ ปานเดือนตอบอย่างกับว่าไม่หึง ไม่หวงเขาอีกแล้ว... “ทำไมคะ แค่ทำทุกเรื่องตั้งแต่แต่งงานกันมา ทุก ๆ อย่างมันก็ทำให้ฉันเจ็บปางตายแล้ว” “ไม่หรอก เจ็บ...แต่เธอก็ไม่ตาย หึ มันคงไม่ถึงครึ่งที่เธอทำให้ดาวตาย” เขาเน้นย้ำว่าแท้จริงแล้ว เธอคนนี้คือต้นเหตุให้ดุจดาวจากเขาไปตลอดกาล “ค่ะ...” เธอไม่แก้ตัว ไม่แก้ต่างอะไรอีกแล้ว ความรักที่มีให้เขาตอนนี้ไม่ช่วยอะไรเลย ไม่ช่วยให้เธออยากเห็นหน้าเขาอีกต่อไป
we all might have read different kind of tales, that teaches you alot about what life really is, also, it could be similar to whatever you might be going through anywhere in the world... it is never easy to discover a way out or trying to stick to the right path but don't let your unquestionable actions or worriednes delay you from getting to your supposed destination.
เพราะพลาดท่าให้เด็กสาววัยเยาว์ เขาจะถูกจับข้อหาพรากผู้เยาว์ ทางเดียวที่จะรอดคือยอมหมั้นหมายกับเธอ... ยิ่งเธอทำแบบนี้เขาก็ยิ่งเกลียด อลินไม่ต่างจากเจ้ากรรมนายเวรของเขา! ---------- แผ่นดินกดส่งข้อความหาผู้หญิงที่เขากำลังคุย ๆ ด้วย แม้ว่าตัวเองจะมีคู่หมั้นที่หมั้นกันมานานถึงแปดปีนี้ แต่เขาไม่ได้รักเธอนี่ จะมีแฟนระหว่างหมั้นมันผิดตรงไหน ...นานพอสมควรที่เก็บเสื้อผ้า ร่างบางมองดูข้าวของที่จำเป็น ส่วนที่เหลือเดี๋ยวมาขนอีกที เธอหันไปมองคนที่นอนเอนกายอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ วันนี้คุณหมอแผ่นดินไม่มีเข้าเวร เขากำลังคุยแชตกับผู้หญิงอยู่ ร่างบางเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆ โซฟา ถอดแหวนหมั้นออก ก่อนจะวางลงที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟา ซึ่งเงาแวบ ๆ ที่หางตาทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหันมามอง เขาขมวดคิ้วมุ่น สิ่งที่เขารอมาโดยตลอด “ฉันจะถอนหมั้นค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปบอกคุณแม่ให้คืนของหมั้นค่ะ” เปลือกตาหนาเบิกกว้าง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำคำนี้จากปากของอลิน เขาผุดลุกขึ้นนั่งทันที “หมายความว่าไง” “ลาก่อนค่ะ” เธอไม่ตอบ หันไปคว้ากระเป๋าลากพร้อมกับเดินหนี แม้ว่าตามกฎหมาย[1]แล้วเธอไม่ต้องคืนของหมั้นก็ได้...แต่ก็อยากให้เลิกแล้วกันไป --------- คำชี้แจง นิยายพยายามสอดแทรกข้อกฎหมาย โปรดใช้วิจารณญาณ หากมีข้อผิดพลาดสามารถแจ้งปรับปรุงได้นะคะ ---------
Love comes together starting from passion and love for food, Katherine Manson has a strong dream, a desire to escape from her father's too big shadow. The chance meeting between Katherine and Freddy Howling - Communications Director of Howling Company changed her life to a new page. The emotional seeds planted by Freddy's tenderness and warmth make Katherine realize that he is her true love. But the relationship between the two was denied by Lance Howling - Chairman of Howling Corporation and also Freddy's brother. It seems that between Katherine and Lance there is a hidden relationship, buried deep in the subconscious of both. Freddy gradually discovers that his brother's feelings for Katherine are not simply hate. What will all three of them be? Especially when Freddy was forever separated from Katherine in a traffic accident.
เขารับผิดชอบลูกในท้อง ยอมแต่งงานทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รัก คิดมาเสมอว่ามันคงเร็วไป ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขากำลังรอใครคนนั้นอยู่ หากพยายามจนสุดความสามารถแล้ว ถ้าไม่รักกัน เธอก็จะไป... ตัวอย่าง... "มันเป็นอดีตไปแล้วผมไม่อยากพูดถึง ตอนนี้ผมอยู่กับคุณ แต่งงานกับคุณ เรามีลูกด้วยกัน" "_" "มันไม่สำคัญหรอก" เขารั้งเธอมากอด ลูบแผ่นหลังบางปอย ๆ อย่างปลอบโยน ชายหนุ่มอยากอยู่กับปัจจุบัน เพราะอย่างไรเมษาก็ไม่มีทางกลับมาหาเขา "ทำไมจะไม่สำคัญคะ เราอยู่ด้วยกัน แต่งงานกัน มีลูกด้วยกัน จดทะเบียน แล้วมันยังไงต่อเหรอคะ ถ้าภีมไม่รักบัว" "_" "ฮึก ถ้าภีมรักบัวบ้าง บัวจะไม่คิดมากแบบนี้เลย" "แต่ตอนนี้ผมก็อยู่กับคุณแล้ว" เขาไม่ปฏิเสธสิ่งที่เธอพูด ร่างบางขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา "ถ้าอย่างนั้นเอาของไปทิ้งได้ไหมคะ" เปลือกตาหนากะพริบปริบ ๆ เขาไม่อยากให้เธอทำอย่างนั้น "_" "ถ้าภีมไม่รู้สึกอะไรกับแฟนเก่าแล้ว ก็เอาไปทิ้งได้ไม่ใช่เหรอ" ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ สบตากับแม่ของลูก ท่าทีนิ่งเงียบของเขาก็ถือว่าเป็นคำตอบแล้ว "เข้าใจแล้วค่ะ ภีมคงยังไม่ลืมคนเก่า แบบนี้ใช่ไหมภีมถึงไม่รักบัวสักที" "อย่าพูดอย่างนั้นสิ ผมก็อยู่กับคุณ เรากำลังสร้างครอบครัวด้วยกันนะ" "มันจะมีประโยชน์อะไรคะ ถ้าเกิดว่าตัวคุณอยู่กับบัว แต่ใจคุณอยู่กับคนอื่น" ก็ถ้าเขาไม่รัก...เธอก็จะไป
พยายามจนสุดแรงยื้อ...อย่างไรเขาก็ไม่รัก วิวาห์รอหย่านี้เธอขอไปเองเสียยังดีกว่าให้เขามาพรากลูกไปจากอก... ตัวอย่าง... "เธอมีอะไรดีให้ฉันต้องรักเธอ" เอ่ยถามเสียงเรียบ มองหน้าของเธอด้วยใบหน้านิ่งเรียบ "เธอทำกับข้าวเก่ง เป็นแม่บ้านที่ดี เป็นหัวหน้างาน เป็นผู้หญิงสมัยใหญ่ แต่งตัวเซ็กซี่ เธอมีดีพอที่จะทำให้ฉันรักเธอไหม" ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยผ่านริมฝีปากหนาทำเอาเธอสะอึก อิงลดามองเจ้าของคำพูดด้วยแววตาสั่นไหว และยิ่งไปกว่านั้น "เธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าไปวัน ๆ" คำพูดต่อมาของเขาก็ทำเอาเส้นความอดทนของเธอขาดผึ่ง อิงลดาดวงตาเบิกกว้าง ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนประจันหน้า "แล้วไม่ใช่พี่เหรอที่ห้ามฉันทุกอย่าง ไม่ใช่พี่เหรอที่กดขี่ฉัน! ไม่ใช่เหรอ!" ฝ่ามือบางยกขึ้นผลักอกแกร่งแรง ๆ หญิงสาวสติหลุดไปในทันที "_" "ฮึก ฉันทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ฉัน..." เธอร้องไห้ออกมาเสียงดัง จะมีแฟนยังไม่ได้เลย เขาสั่ง เขาห้ามเธอทุก ๆ อย่าง แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเธอไม่มีอะไรดี "ใช่!...ฮึก ฉันมันไร้ค่า" "อิง..." พันธดนย์ไม่เคยเห็นเธอเป็นหนักขนาดนี้มาก่อน คำพูดของตัวเองเมื่อครู่ก็รุนแรงมากจริง ๆ "ฮึก คนไร้ค่าแบบฉัน อึก อยู่ไปก็รกโลกถูกไหมคะ" "อิงลดา..." พันธดนย์ยื่นมือไปข้างหน้า มีบางอย่างสะกิดใจให้เขายื่นมือออกไป ทว่าเธอก็ปัดฝ่ามือของเขาออกอย่างแรง อิงลดายกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงใบหน้า ความร้อนผ่าวของใบหน้านั้นอัดอั้นไปด้วยความโกรธ เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ดึงเสื้อผ้าของตัวเองที่อยู่บนไม้แขวน กระชากแรง ๆ เพื่อระบายอารมณ์ "เธอจะทำอะไร" กว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้ พันธดนย์เม้มริมฝีปากพร้อมกับเท้ามือที่เอวไปด้วย เขามองคนตัวเล็กทว่าท้องโตนี้เก็บข้าวของ เจ้าของร่างบางชะงักเป็นระยะ ๆ เธอร้องไห้ไม่หยุด "ฮึก..ฮือ~" พร้อมกับเก็บของไปด้วย ไม่มีเงินติดตัวหรอก ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยสักอย่าง ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกโดยไม่ขอเงินจากครอบครัวเขา เธอรู้แค่ว่าตอนนี้ต้องไป ต้องไปให้ไกลจากเขาคนนี้ "อิง! หูแตกหรือไง!" ถามก็ไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้ พันธดนย์ขยับเข้าไปใกล้ กระชากแขนของเธออย่างแรงจนเสื้อที่อยู่ในมือนั้นร่วงลงพื้น "ฮึก...ปะปล่อย!" "ฉันก็ไม่ได้อยากยื้ออะไรเธอหรอกนะ แต่เธอมีที่ไปงั้นเหรอ มีที่ไป?" เขาถามย้ำอีกครั้ง เธอไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าหัวเดียวกระเทียมลีบก็ยังได้ เห็นอย่างนั้น...อิงลดาจึงยื่นมือไปกระชากโทรศัพท์ของตัวเองจากมือของเขา "สนใจทำไมคะ คนไร้ค่าอย่างฉันตายไปก็คงไม่ได้ทำให้โลกนี้มันขาดอะไรไปหรอกค่ะ" ---------- หมายเหตุ: นิยายมีสองคู่ หนึ่งคู่เป็นคู่หลัก อีกคู่เป็นตัวละครเสริมเพิ่มความฟิน โดยตอนจบของนิยายเรื่องนี้จบสุขนิยม มีตอนพิเศษแถมให้
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ 'เธอ' รับหน้าที่ตั้งครรภ์แทนภรรยาของ 'เขา' คนที่เธอแอบรักข้างเดียวกว่า 15 ปี -----ตัวอย่าง----- “พี่ทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า” เขาค่อย ๆ พูด เจตนัยทำให้คนฟังจุกในอก “พี่ขอโทษนะ แต่พี่อยากให้เราทำตัวเหมือนกับปกติได้ไหม” “ยากค่ะ” เธอตอบออกมาตรง ๆ “ตอนแรกฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นพี่ที่จ้างให้มาอุ้มบุญ แต่พี่รู้ว่าเป็นฉัน...แต่ทำไมถึงเลือกฉันคะ อยากให้ฉันเจ็บปวดเหรอ” “ไม่ใช่อย่างนั้น” เขาส่ายหน้าเบา ๆ ไม่เคยมีความคิดนี้ในหัวเลย “พี่แค่ได้ยินกิ่งบอกว่าเธอแต่งงานมีลูกแล้ว พี่ก็เลยคิดไปเองว่าเธอตัดใจจากพี่ได้แล้ว” “_” พูดไม่ออกเลยทีเดียว ในใจหวังลึก ๆ ว่าเขาเลือกเพราะรู้สึกดี แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ อีกอย่างเรื่องแต่งงานมีลูกแล้วนั้นก็เป็นเรื่องโกหก จะบอกก็คงไม่ได้ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” “ถ้าเข้าใจแล้ว...ช่วยทำตัวให้เหมือนกับปกติได้ไหม” “คะ?” “คือพี่ไม่อยากให้เราทั้งคู่ต้องอึดอัด เรายังเป็นพี่น้องกันได้นี่” “ไม่ได้หรอกค่ะ” “กานต์ พี่ไม่ได้อยากให้กานต์มารักหรือมาชอบพี่เลย” เจตนัยสวนกลับทันควัน เขาพูดตามหลักความจริง แม้นว่าเธอจะไม่ได้ทำตัวน่าเกลียดอะไร แต่เขาแต่งงานแล้ว “ค่ะ” เธอตอบรับ พร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะลงอย่างหักห้ามไว้ไม่อยู่ ทำนบน้ำตาพังลงชั่วพริบตาเดียว “อึก ฉันก็ได้แค่หวังว่าสักวันจะเลิกรักพี่ได้ อึก แต่...มันยากจังเลยค่ะ” “_” เจตนัยนัยตัวแข็งทื่อ พูดอะไรไม่ออก อยู่ ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมา “พี่เป็นคนพูด...พี่ก็พูดง่าย ฮึก พูดอย่างกับว่าฉันไม่พยายาม ทั้ง ๆ ที่ฉันพยายามมาโดยตลอด ฮือ~” กานต์พิชชาทนไม่ได้เลยจริง ๆ เธอร้องไห้โฮก่อนจะเดินหนีเขาไป ไม่ได้หันหลังมองอีก “กานต์!” เจตนัยตะโกนไล่หลัง เขามองเห็นความเจ็บปวดของเธอผ่านแววตาคู่นั้น ทว่าพอจะเดินตามไปก็ตระหนักได้ว่า.. เป็นอย่างนี้มันก็ดีแล้ว
A Hot Probinsyanang Kasambahay meet the Heartless and Ruthless Son of their boss. Matitiis niya kaya ang magaspang ugali at ang pagiging walang puso nito? Hanggang saan niya kaya ito mapagpapasensyahan? Magbabago kaya ang pakikitungo nito sa kaniya kapag nalaman nitong nahulog na siya rito o isang napakatinding sakit lamang ang maidudulot nito sa kaniya? Would she let her feelings go deeper when she found out that she's just been used and played, and could she forgive and forget about the things he did when he chose someone else over her even though she's pregnant? Would be the l'il angels be the way to make them rekindle and meet again? ______________________________________________________ "R-Riah, please! Forgive me. I-i'm So-sorry B-babe. I didn't mean to hurt you. If I could've just known that you're pregnant that time, I would've chose you. P-please, just this one. Give me o-one more c-chance. I... I... promise that I'll never hurt you again. P-please B-babe, P-please Riah. Just for our babies. Please!" "Forgive You?! Give you another chance?! Chance of... of what?! Chance of hurting me a-again?! You know what?! Mahal na mahal kita! But what did you do?! Y-you chose someone else over me! Ilang beses na kitang pinatawad sa mga kasalanan mo noon, but now I chose to forget you, forget about us and forget about the things we've been together. It's all just a memories, memories that were meant to be forgotten.!" _________________________________________________ "Nothing else. No one else. Just Me and You. Cause I was Maid For You." — Mariah Yzabelle Rodriguez Billionaire Series #1 Warning: Mature Content © PretteeRoxxy
เขาจะมักมากแค่ไหนก็ได้ เธอยอมทุกอย่าง จนกว่าเขาจะพอ... ตัวอย่าง... “แล้วมาทำที่นี่ทำไมคะ” ริมฝีปากบางสั่นระริก พยายามที่จะไม่ฟูมฟายแต่มันอดไม่ได้จริง ๆ “_” เขาไม่ตอบ แค่จ้องหน้าเธอนิ่ง “ฉันขอแค่เรื่องเดียว ทำไมไม่รักษาสัญญาคะ...” ว่าน้ำตาหลั่งริน เธอไม่เคยขออะไรเขาเลย “_” มองด้วยสายตาเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด “อึก ถ้าเกิดว่าลูกเห็นจะทำยังไงคะ หนูณินยังเด็กมาก เธอแยกแยะอะไรไม่ออกหรอกนะคะ” ร่างบางขยับเข้าหา เธอเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้าฝ่ามือหนา แต่เขากลับชักมือหนี “งั้นเธอกับลูกก็ออกไปอยู่ที่อื่น จะได้ไม่เห็น” รูม่านตาเบิกกว้าง พูดอย่างนี้ก็ไม่ต่างกับกำลังไล่เธอกับลูกออกจากบ้าน ญาตาน้ำตาไหลพราก ยกหลังมือเช็ดไม่ทัน “แล้วจะให้ไปอยู่ไหนคะ ฮึก คุณใหญ่จะให้ตากับลูกไปอยู่ไหนคะ” เธอถามด้วยความเจ็บปวด อกสั่นร้าวระบม ทำไมพูดออกมาอย่างนี้ “_” “อย่างน้อยก็เห็นใจยัยหนูหน่อยไม่ได้เหรอคะ ฮึก ทำไมถึง...ทำไมถึงใจร้ายกับลูก” ----------
'เขา' เปรียบดั่งยาที่คอยรักษาเธอ ทว่าเขากลับเป็นยาเกินขนาด -----ตัวอย่าง----- “เธอเรียกมันว่าพี่แต่ไม่เรียกฉันว่าพี่” “ก็ คุณเป็นเจ้านาย” “เจ้านายบ้านเธอเหรอเอากับลูกน้อง!” “_” ลินินอยากสวนกลับเต็มทีว่าเขานั่นแหละที่เป็นสมภารกินไก่วัด แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร “เรียกฉันว่าพี่...” ลินินมองสายตาขึงขังของเขา ร่างกำยำที่แผ่นอกเต็มไปด้วยรอยข่วนของเธอเดินเข้ามาใกล้จนหญิงสาวต้องถอยห่าง “จะทำอะไร พะ พอแล้ว” ลินินยกมือดันแผงอกของเขา ดูเหมือนเขาจะทำเหมือนเมื่อครู่ซึ่งเธอเหนื่อยเกินไป และกลัวว่าจะท้องมาก “จะง้างปากเธอออกไง มีอะไรอยู่ข้างใน ดอกพิกุลเหรอ” เขาว่าพร้อมกับโน้มหน้าลงมาราวกับจะจูบ ซึ่งมันแปลว่าง้างตั้งแต่เมื่อไร พอเห็นอย่างนั้นหญิงสาวก็ยกมือขึ้นป้องปากเขา “ไม่เอาแล้วค่ะ...ฉันจะเรียกคุณว่าพี่” เธอไม่อยากให้เขาจูบเลย เพราะมันจะกลายเป็นอย่างอื่นทันที เขาติดเครื่องง่ายเกินไป ซึ่งเธอก็จะยอมเรียกเขาว่าพี่ ทว่า “เธอเป็นคนจีนไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่เรียกฉันว่าเฮีย...”
ในวันที่ฉันตั้งท้อง เขากลับมีใครอีกคน มันไม่มีเหตุผลเลยที่ฉันจะเก็บลูกเอาไว้ ถ้าเขารักฉันมันก็ดี...แต่ว่ามันไม่ใช่ -----ตัวอย่าง----- “เหรอ...บางทีเธออาจจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อไปหาไอ้นั่นก็ได้ พัดชา...เธอชอบมันใช่ไหม” ฉันขมวดคิ้วให้กับสิ่งที่เขาพูด แล้วทำไมเขาถึงพูดออกมาราวกับว่าเรื่องนี้ฉันผิดเต็ม ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นฝ่ายผิด “นายมันทุเรศ นายพูดออกมาได้ยังไงว่า ฮึก...ฉันจะไปชอบคนอื่น ทั้ง ๆ ฉันพล่ามบอกนายทุกวัน มีแต่นายที่...ไม่เคยเลยที่จะบอกชอบฉัน แถมยังไปเอากับยัยนั่นอีก” ฉันโมโหมาก ๆ ซึ่งเขาก็ไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ฉันพูด แถมตอนนี้เขายังเปลื้องเสื้อผ้าของเขาออกจนหมดตัว “ฉันไม่ผิดหรอกเธอรู้แค่นี้ก็พอ แต่ที่ฉันพูดมันไม่ผิดเลย...เธอต้องชอบมันแน่ ๆ”
Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.
If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.